fbpx

บริหารการศึกษา

จริงๆที่เรียน เริ่มเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เพราะจบ55 รับปริญญา 56 ช่วงนั้นไฟแรง เพราะเรียนจบแล้วบรรจุเข้าราชการเลย บอกตรงๆว่าว่างมาก เงินก็คล่องมือ เลยอยากหาอะไรทำแก้เซ็ง เพราะบรรจุไกลเมือง เวลาว่างเยอะ ถึงเยอะมาก จึงเรียนต่อ เลือกเรียนสาขาการบริหารการศึกษา ช่วงปีแรกๆ มีความสุขดี แต่พอเริ่มทำวิทยานิพนธ์ ย้อนแย้งมาก ก็ปล่อยเวลาให้ผ่านไป โดยท่อคาถาขึ้นใจว่า “จะ ยัง กำลัง เดี๋ยว” จนเวลาล่วงเลยมาถึงต้นปี 2561 เริ่มรู้ตัวแล้วว่า เห้ย จะหมดเวลาละ จะทิ้งดีไหมวะ พอหันกลับไปดูว่า ถ้าทิ้ง ก็เสียดาย เพราะรักษาสภาพศพมาตลอด ไม่เคยขาด แต่ก็จะว่าเป็นที่เราไหม ก็ไม่นะ มันมีองค์ประกอบร่วมมากมาย รุ่นเรา มี 33 คน ตามรายชื่อ รอดเหลือ มาทำวิทยานิพนธ์ไม่ถึง 20 คน หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ ซึ่งจริงๆ มีคนจบตรงเวลาเพียง 2 คนเท่านั้น ทีเหลือ นี่ก็ล่อปีสุดท้ายกันเกือบสิบคน ที่จบ และรอจบพร้อมเรานี่แหละ เราเป็นคนสุดท้ายของรุ่นพอดี ถามว่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเมืองในสาขาที่เรียนแรงมาก ถึงแม้นจะเป็นราชภัฏ แต่บรรดาอาจารย์ แต่ล่ะคน ก็ถือคุณวุฒิ มากกว่าวัยวุฒิ จึงเกิดความแตกแยกสำหรับ คนสองวัย ที่พร้อมประชันหน้ากันด้วยภูมิรู้แต่ละคน อาจารย์เก่า ทิฐิสูง ไม่ยอมงอ อาจารย์ใหม่ มีความสามารถ ไม่แคร์ผู้ใหญ่ นักศึกษาจึงซวยไป รุ่นเราซวยสุด แต่รุ่น 58 ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ใหม่ๆ จบเกือบ 100% ภายใน 2 ปี รุ่น 57 จบ 5 ปี เกือบ 100% ซวยมาก นี่จะบอกว่าที่เราจบก็เพราะเรากล้าเปลี่ยนที่ปรึกษา เดิมเราอยู่กับอาจารย์เก่า เขาเลี้ยงไข้มาก แต่พอเรากล้าที่จะเปลี่ยน อาจารย์ใหม่ๆก็รีบดันเราขึ้นสอบเลย จนจบมาถึงทุกวันนี้แหละ

สุดท้ายอยากฝากไว้ให้คิด กับคนที่กำลังท้อว่า มึงไม่ต้องท้อ ถ้ามึงรักษาสภาพไว้ มึงต้องไปต่อ เงินไม่มีก็หากู้มาก่อน อย่าทิ้ง แต่ถ้ามึงไม่ได้ติดตามมาแต่ต้นมึงทิ้งเถอะ อย่าฝืน สวัสดี.!! ดีออกปอโท

Message us